การศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง
ในอดีต ภาระความรับผิดชอบในการสร้างเด็กหนึ่งคนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพมักตกอยู่กับครู และ โรงเรียน แต่ในบริบทปัจจุบัน ความซับซ้อนของโลกทำให้โมเดลนี้ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
การสร้างนิเวศแห่งการเรียนรู้เริ่มต้นจากการออกจากกรอบเดิมของโรงเรียน แล้วดึงเอา ผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเครือข่าย เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะ โค้ชให้กับโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กในพื้นที่
โดยมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้ามาเพื่อจับผิดหรือวัดผล แต่เข้ามาจับมือครูผู้สอน ออกแบบหลักสูตรท้องถิ่น และแก้ปัญหาชั้นเรียนไปด้วยกัน และโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครูเฉพาะทาง สามารถพึ่งพาองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning หรือ STEM Education ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัญหาหลักของโรงเรียนห่างไกลคือ การขาดแคลนทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ บุคลากร หรือสื่อการสอน การจะอุดช่องโหว่นี้ได้ ไม่สามารถรอเพียงงบประมาณจากส่วนกลาง แต่ต้องอาศัยการ เชื่อมโยงทรัพยากร จากทุกภาคส่วน
ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐและท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ยานพาหนะ หรือแม้แต่อาหารกลางวัน ชุมชนและปราชญ์ชาวบ้าน เปลี่ยนห้องเรียนให้กว้างขึ้นโดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ดึงผู้เฒ่าผู้แก่หรือผู้ประกอบการในพื้นที่มาเป็น ครูพิเศษ ถ่ายทอดทักษะอาชีพและภูมิปัญญา และภาคธุรกิจและมหาวิทยาลัยสนับสนุนเทคโนโลยี ทุนการศึกษา และงานวิจัยที่ช่วยแก้ปัญหาของชุมชนนั้น ๆ
เมื่อทุกภารส่วนนี้ทำงานร่วมกัน โรงเรียนจะไม่ใช่แค่สถานที่เรียนหนังสือ แต่จะกลายเป็น ศูนย์กลาง ที่ดึงดูดทรัพยากรจากภายนอกเข้าไปหล่อเลี้ยงเด็กๆได้
แนวคิดนี้จะสำเร็จได้ต้องมีพื้นที่ปฏิบัติการจริง เครือข่าย TSQM จึงเน้นยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเชิงพื้นที่ กลุ่มโรงเรียนเครือข่าย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้ การรวมกลุ่มโรงเรียนที่อยู่ในละแวกเดียวกัน หรือมีบริบทปัญหาคล้ายคลึงกัน เช่น กลุ่มโรงเรียนชายขอบ กลุ่มโรงเรียนบนดอย ทำให้เกิดข้อดีหลายด้าน
ในด้านการแบ่งปันทรัพยากรโรงเรียนที่มีครูวิทยาศาสตร์เก่ง ๆ สามารถหมุนเวียนไปสอนหรือเป็นพี่เลี้ยงให้โรงเรียนในเครือข่ายที่ขาดแคลนได้ ด้านแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามารถก่อให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ระหว่างโรงเรียน ครูได้แชร์นวัตกรรมและแผนการสอนที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริงในบริบทพื้นที่ของตนเอง และด้านการขยายผลความสำเร็จ เมื่อเกิดพื้นที่ต้นแบบ (Model Area) 1-2 กลุ่มที่ทำสำเร็จ พลังของเครือข่ายจะดึงดูดโรงเรียนรอบข้างให้เข้ามาร่วม จนเกิดการยกระดับคุณภาพการศึกษาไปพร้อม ๆ กันทั้งจังหวัดหรือแม้กระทั่งระดับภูมิภาค
การขับเคลื่อนผ่านเครือข่าย TSQM แสดงให้เห็นว่า
“เราไม่สามารถทิ้งใครไว้ข้างหลังได้ หากเราเดินไปพร้อมกัน”
นิเวศแห่งการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง ไม่ได้วัดกันที่โรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งสอบได้ที่หนึ่ง แต่วัดจากการที่ชุมชน ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย และโรงเรียน สามารถร่วมกันเป็นหนึ่ง และผลักดันให้เด็กทุกคนเติบโตได้เต็มศักยภาพสูงสุดของพวกเขา
2,080
