ของชิ้นเดิม เพิ่มเติมด้วยจินตนาการ ผ่านการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ (Loose Parts Play) 

Share on

 19 

ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยของเล่นสำเร็จรูปมากมายและหน้าจอดิจิทัลที่ถูกเซ็ตระบบมาแล้วว่าต้องเล่นอย่างไร.. จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเปิดพื้นที่แห่งความสนุกที่ครูจะได้ร่วมสำรวจจินตนาการไปด้วยกันกับนักเรียน

ชวนคุณครูทำความรู้จักกับ ‘การเล่นแบบลูสพาร์ทส์ (Loose Parts Play)’ การเล่นที่ไม่มีกฎตายตัว ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด ช่วยกระตุ้นทักษะ EF และความคิดสร้างสรรค์

การเล่นแบบลูสพาร์ทส์ (Loose Parts Play) คือ แนวคิดการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้ทดลองเล่นอย่างอิสระ ริเริ่มโดย สถาปนิกชาวอังกฤ ไซมอน นิโคลสัน (Simon Nicholson) ในช่วงปี 1970s  เป็นการเล่นที่ไม่มีกฎตายตัว ผ่านการใช้ ‘วัสดุปลายเปิด’ ที่สามารถหาได้ง่ายจากรอบตัว ตั้งแต่วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ไปจนถึงวัสดุรีไซเคิล เช่น ขวดน้ำ ฝาขวด กระดาษ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองหยิบจับ เคลื่อนย้าย แปลงโฉมสิ่งของเหล่านี้ตามจินตนาการ

ประโยชน์จากการเล่น Loose Parts

🧠 พัฒนา EF & Problem Solving : พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนได้ใช้จินตนาการ ได้ลองผิดถูก ลองวางแผน และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตัวเอง

📐 บูรณาการความรู้ STEM : เรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรง น้ำหนัก การนับจำนวน ผ่านการจัดเรียงและการต่อสิ่งของ

🗣️ พัฒนาทักษะการสื่อสาร ภาษา และการเล่นแบบร่วมมือ

🌱 ส่งเสริมความยั่งยืน (Eco-friendly) : ปลูกฝังให้เด็กเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัวและสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างอุปกรณ์สำหรับการเล่น Loose Parts

🌿 วัสดุจากธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ก้อนหิน เมล็ดพืช เปลือกหอย ฯลฯ

🗑️ วัสดุรีไซเคิล เช่น ขวดน้ำ ฝาขวด เศษผ้า แกนทิชชู่ ฯลฯ

🧵 สิ่งของรอบตัว เช่น กระดุม แก้วพลาสติก ดินสอ กระดาษ ฯลฯ

ขั้นตอนการเล่นง่ายๆ

  1. สำรวจและรวบรวม : ชวนนักเรียนช่วยกันรวบรวมวัสดุ โดยต้องไม่ใช้ของมีคม วัสดุที่มีขนาดเล็กเกินไปเนื่องจากเด็ก ๆ อาจนำใส่ปากหรือจมูกได้และล้างให้สะอาดเพื่อความปลอดภัย
  2. คัดแยกและจัดกลุ่ม : จัดกลุ่มใส่กล่องหรือตะกร้าแยกตามประเภท เช่น ตามประเภทวัสดุ ตามขนาด ตามสีหรือรูปร่าง 
  3. สร้างสรรค์และเล่าเรื่อง : นำวัสดุต่างๆมาร่วมกันสร้างบางสิ่ง เช่น นำแกนทิชชู่มาทำเป็นโครงบ้าน แล้วใช้เศษผ้าทำหลังคา ประดับด้วยกระดุม และให้นักเรียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่สร้าง หากนักเรียนเล่าไม่ออก ครูอาจลองถามเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นความคิดและทักษะด้านต่าง ๆ ด้วยคำถามปลายเปิด เช่น ไหนเล่าให้ครูฟังหน่อยสิ่งนี้คืออะไร, หนูใช้กิ่งไม้กี่อัน, หนูชอบชิ้นไหนมากที่สุดในนี้, หากไม่มีชิ้นส่วนนี้ หนูจะใช้สิ่งไหนแทน ระหว่างที่สร้าง หนูติดปัญหาตรงไหนแล้วหนูแก้ไขอย่างไร เป็นต้น รวมถึงการถามเช่น ต้องการปรับเปลี่ยนชิ้นไหนหรือต้องการเพิ่มอะไรเข้าไป หากเด็กต้องการเปลี่ยน ก็ให้เริ่มสร้างใหม่ได้ 
  4. อิสระและการเริ่มใหม่ : เมื่อเล่นเสร็จหรืออยากเปลี่ยนไอเดีย สามารถรื้อทั้งหมดออกและสร้างสิ่งใหม่ได้ทันที ซึ่งเป็นการสะท้อนแนวคิดของ Loose Parts ที่หมายถึงชิ้นส่วนที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระ หากเล่นเสร็จแล้วก็รื้อถอนและจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ให้เรียบร้อย

ข้อสังเกตเพิ่มเติม : หากเด็กต้องการใช้เทปกาว หรือ กาวในการติดอุปกรณ์  ให้ครูลองถามนักเรียนว่าเพราะอะไรหนูจึงต้องการติดส่วนประกอบด้วยกาว และหากไม่ใช้กาว หนูจะใช้วิธีใดให้ส่วนประกอบเหล่านี้เชื่อมติดกันได้ เนื่องจากการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ เป็นการเล่นอย่างอิสระ ไม่ใช่การประดิษฐ์ชิ้นงานศิลปะ

บทบาทสำคัญของคุณครูในกิจกรรมนี้

🧩 ผู้อำนวยการเรียนรู้ : เป็นผู้สนับสนุนตั้งแต่การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไปจนถึงการช่วยจัดหาวัสดุ , ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยคำถามปลายเปิด หรือหากนักเรียนกำลังคิดไม่ออก คุณครูอาจช่วยกระตุ้นด้วยการนำสิ่งของ 1 ชิ้นไปวาง เพื่อให้นักเรียนได้คิดต่อว่าจะนำสิ่งนั้นไปทำอะไร และไม่ตัดสิน ไม่มีคำตอบว่าห้ามสร้างสิ่งนั้นสิ่งนี้ ไม่มีการตำหนิว่าผิดหรือถูก หากวางผิดจนพัง ก็ปล่อยให้เด็กเผชิญหน้าและเรียนรู้วิธีแก้ปัญหา

🔎 ผู้สังเกตการณ์ : สังเกตกระบวนการเล่น กระบวนการคิดของนักเรียน ว่าพวกเขาเล่นอย่างไร ไม่เข้าไปกำกับหรือชี้นำ ปล่อยให้เขาได้ใช้จินตนาการนำทาง ซึ่งเป็นการเน้นไปที่ กระบวนการ (Proocess) มากกว่า ผลลัพธ์ (Result)

Loose Parts Play  จึงเป็น  การเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการเล่น  และอนุญาตให้คุณครูได้ถอยออกมาสังเกตกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน 

เพราะของเล่นที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องราคาแพงที่สุด

แต่อยู่ที่การมาร่วมกันเปลี่ยนสิ่งของรอบตัวในวันนี้ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ไปด้วยกัน

Writer

5 1 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Most Popular