LOOSE PARTS PLAY

การอบรมเชิงปฏิบัติการบูรณาการ “การเล่นตามแนวคิด Loose Parts Play”
เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เด็กปฐมวัยกลุ่มเป้าหมาย กสศ.
วันที่ 17-18 ตุลาคม 2568
ที่มาภาพ : Facebook เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ (เล็กเล็ก แต่ยิ่งใหญ่)
ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/profile.php?id=61574209562452
การเล่นแบบลูสพาร์ทส์ (Loose Parts Play) เป็นแนวคิดทางการเรียนรู้ที่ให้เด็กได้เล่นกับวัสดุที่ไม่มีรูปแบบตายตัว เช่น ก้อนหิน ใบไม้ กล่องกระดาษ ท่อนไม้ เชือก ผ้า หรือเศษวัสดุรีไซเคิลต่างๆ วัสดุเหล่านี้เปิดโอกาสให้เด็ก จัดวาง ประกอบ แยกส่วน ปรับเปลี่ยน และสร้างสรรค์ ได้อย่างอิสระ โดยไม่มี “คำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว” การเล่นรูปแบบนี้จึงเป็นฐานสำคัญของการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivist Learning) และเป็นประสบการณ์ที่ส่งเสริมทักษะที่สำคัญของผู้เรียนชั้นปฐมวัยอย่างแท้จริง “Loose Parts Play” หรือ “การเล่นแบบลูสพาร์ทส์” เกิดขึ้นในปี 1970s จากแนวคิดของสถาปนิกที่ชื่อว่า Simon Nicholson ด้วยความเชื่อที่ว่า สิ่งแวดล้อมที่เด็กอยู่จะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ วัสดุที่เด็กเล่นควรเป็นของธรรมชาติหรือของใช้ประจําวัน และสามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองและสร้างสิ่งใหม่ ๆ อย่างอิสระ
📌หลักการสำคัญของ การเล่นแบบลูสพาร์ทส์ นั้นมีองค์ประกอบที่ทำให้การเล่นเกิดทักษะมากมายดังนี้:
⬆️ วัสดุต้องเป็น “ปลายเปิด” วัสดุไม่มีการกำหนดหน้าที่ตายตัว ไม่มีคำตอบสำเร็จ ซึ่งเด็กสามารถเลือกใช้และตีความได้ตามจินตนาการของตนเอง
2️⃣ เด็กเป็นผู้นำการเล่น เด็กจะเป็นผู้เลือกว่าจะเล่นอะไร เล่นอย่างไร และเล่นกับใครผู้ใหญ่ไม่ชี้นำ ไม่บอกวิธี แต่คอยสังเกต สนับสนุน และตั้งคำถามชวนคิด โดยครู / ผู้ปกครองเป็นผู้หนุนเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
3️⃣ พื้นที่ต้องเปิดโอกาสให้ทดลอง จัดสภาพแวดล้อมให้เข้าถึงวัสดุได้ง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้เด็ก “อยากลอง อยากสร้าง อยากเล่น”
4️⃣ ให้ความสำคัญกับกระบวนการ มากกว่าผลงานไม่เน้นผลลัพธ์ว่าสุดท้ายสร้างเป็นอะไรแต่ให้ความสำคัญกับการคิด ทดลอง ลองผิดลองถูกสิ่งสำคัญคือ “เด็กได้เรียนรู้อะไรระหว่างทาง”
5️⃣ เปิดรับการเล่นแบบร่วมมือ (Collaborative Play) Loose Parts ช่วยกระตุ้นการเล่นร่วมกันโดยธรรมชาติ เช่น การสร้างร่วมกันช่วยพัฒนาทักษะสื่อสาร การวางแผน และการต่อรองอย่างอ่อนโยน
6️⃣ การเล่นต้องปลอดภัย ผู้ใหญ่คอยดูแลด้านความปลอดภัยเชิงสภาพแวดล้อมแต่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลองเสี่ยงแบบปลอดภัย เช่น วางสูงขึ้นนิด ต่อเติมได้ หรือทดลองใหม่
7️⃣ ความเท่าเทียมและเป็นกลางทางเพศ (Gender-neutral) วัสดุไม่บอกว่า “สำหรับเด็กผู้ชาย” หรือ “สำหรับเด็กผู้หญิง” เด็กทุกคนสามารถเล่นได้อย่างเสรีและเท่าเทียม

ที่มาภาพ : Facebook เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ (เล็กเล็ก แต่ยิ่งใหญ่)
การเล่นแบบลูสพาร์ทส์ คือการเล่นที่ใช้วัสดุที่หาได้ทั่วไปแต่กลับส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เป็นการเล่นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กได้เล่นกับวัสดุหลาย ๆ ชนิดที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ใบไม้ กล่องไม้ ผ้าผืน หรือเศษวัสดุต่างๆ ที่เด็กสามารถหยิบ จับ จัดวาง ประกอบ แยกส่วน และสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ วัสดุเหล่านี้ไม่มี “คำตอบสำเร็จ” จึงเปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ทดลอง และค้นหาวิธีการใช้ด้วยตนเอง การเล่นลักษณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากทฤษฎีทางการศึกษาและพัฒนาการหลายแขนง ซึ่งอธิบายได้ดังนี้
🟦 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ 🟦
1️⃣ ทฤษฎีชิ้นส่วนอิสระ (Loose Parts Theory) เด็กสามารถใช้วัสดุอย่างอิสระเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์
2️⃣ ทฤษฎีพัฒนาการทางปัญญา (Cognitive Development Theory) การเรียนรู้เกิดจากการสํารวจสิ่งแวดล้อมด้วยตัวเอง
3️⃣ ทฤษฎี Zone of Proximal Development (ZPD) เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้นเมื่อได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมจากผู้ใหญ่
4️⃣ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Learning Theory) การเรียนรู้เกิดจากการปฏิบัติและการสร้างความรู้ด้วยตนเอง
5️⃣ แนวคิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) การเล่นเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ของเด็ก

ที่มาภาพ : Facebook เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ (เล็กเล็ก แต่ยิ่งใหญ่)
ประโยชน์ของการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ เป็นการเล่นที่ใช้วัสดุปลายเปิดที่ไม่มีรูปแบบการใช้งานตายตัว วัสดุสามารถเคลื่อนย้าย จัดวาง แยกส่วน รวมส่วน ประกอบใหม่ หรือสร้างความหมายใหม่ได้ตามความคิดของเด็ก การเล่นรูปแบบนี้จึงเป็นพื้นที่ของการสร้างสรรค์และการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นหลัก
ประโยชน์ของการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ ต่อเด็ก 💡
1️⃣ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ วัสดุที่หลากหลาย เช่น หิน ไม้ เชือก กระดาษ ผ้า เปิดโอกาสให้เด็กสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ตามจินตนาการของตน
2️⃣ ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา เด็กได้ฝึกการคิดและหาวิธีแก้ปัญหาจากการจัดการวัสดุต่าง ๆ ผ่านการเล่น
3️⃣ ส่งเสริมการวางแผนและการตัดสินใจ เด็กได้เลือกใช้วัสดุ และกําหนดกฎกติกาการเล่นเอง
4️⃣ ส่งเสริมทักษะการทํางานร่วมกัน การเล่นเป็นกลุ่มช่วยให้เด็กฝึกการทํางานเป็นทีมและสื่อสารกับเพื่อน
5️⃣ ส่งเสริมความมั่นใจในตนเอง การสร้างสิ่งใหม่จากความคิดของตนเองช่วย
6️⃣ สร้างความภาคภูมิใจและเพิ่มความมั่นใจให้กับเด็ก
ประโยชน์ของการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ ต่อครู 💡
1️⃣การสังเกตพัฒนาการเด็ก ครูสามารถสังเกตทักษะการแก้ปัญหาและการทํางานร่วมกันของเด็กใน
สภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ครูสามารถประเมินการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเป็นองค์รวมและเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น
2️⃣ การส่งเสริมการเรียนรู้ที่ไม่มีข้อจํากัด วัสดุต่าง ๆ ช่วยให้ครูสร้างกิจกรรมที่ยืดหยุ่นและท้าทายความคิดของเด็ก
3️⃣ การสนับสนุนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครูสามารถใช้การเล่นแบบลูสพาร์ทส์ เพื่อสอดแทรกสาระต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ (การนับ การจัดหมวดหมู่) วิทยาศาสตร์ (การทดลอง การคาดการณ์) และศิลปะ (การออกแบบและสร้างสรรค์) ครูสามารถใช้โอกาสนี้ในการเชื่อมโยงสาระต่าง ๆ และส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการอย่างเป็นธรรมชาติ
4️⃣ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูและเด็ก ครูมีโอกาสร่วมเล่นและสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก
5️⃣ การปรับกิจกรรมให้เหมาะกับความต้องการเด็ก ครูสามารถเลือกวัสดุที่เหมาะสมและออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนาการและความสนใจของเด็กเป็นรายบุคคล
6️⃣ การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรยั่งยืน การใช้วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุธรรมชาติในการเล่นช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
วัสดุที่นำมาใช้สำหรับการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ อาจเป็นสิ่งของใด ๆ ที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุจากธรรมชาติหรือสิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้น สิ่งสำคัญคือวัสดุนั้นต้องเป็น วัสดุปลายเปิด ซึ่งสามารถหยิบจับ เคลื่อนย้าย ประกอบเข้าด้วยกัน แยกส่วน ออกแบบใหม่ ต่อเติม หรือดัดแปลงได้หลายรูปแบบ โดยไม่มีวิธีการใช้ที่ตายตัวหรือคำตอบสำเร็จรูป
เมื่อไม่มีการกำหนดโครงสร้าง หรือรูปแบบการเล่นแบบตายตัว การเล่นลูสพาร์ทส์จึงเปิดพื้นที่ให้เด็กทุกช่วงวัยได้ ปลดปล่อยจินตนาการ และสร้างความหมายใหม่ตามความคิดของตนเอง เป็นการเล่นที่มีความเป็นกลางทางเพศที่ไม่ว่าจะเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงสามารถเล่นได้อย่างเท่าเทียม และสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขอบเขต
ยิ่งวัสดุมีความคล่องตัว เคลื่อนย้ายได้ง่ายเท่าใด ก็ยิ่งเอื้อต่อการประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ได้มากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการเล่นร่วมกันอย่างมีเป้าหมาย เช่น การวางแผนร่วมกันเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งช่วยหล่อหลอมทักษะการสื่อสาร การเจรจา และการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นธรรมชาติ
ในปัจจุบัน แนวคิดการเล่นแบบลูสพาร์ทส์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่นักการศึกษาปฐมวัย เนื่องจากสอดคล้องกับหลักการสำคัญของการศึกษาระดับปฐมวัย คือ การเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างอิสระ และเมื่อลูสพาร์ทส์สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กในหลายด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ แนวคิดนี้จึงได้รับการนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในห้องเรียนและที่บ้าน ผู้ปกครองสามารถนำแนวคิดนี้ไปใช้เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้อันมีคุณค่า ร่วมกับบุตรหลานได้อย่างงดงามและเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน

ตัวอย่างวัสดุลูสพาร์ทส์
ที่มาภาพ: Facebook เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ (เล็กเล็ก แต่ยิ่งใหญ่)
ซึ่งสามารถแยกหมวดวัสดุลูสพาร์ทส์ ที่สามารถนำมาเล่นเพื่อจุดประกายช่วยกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็กการเรียนรู้ได้ 5 หมวดดังนี้
⬆️ วัสดุธรรมชาติ เช่น ก้อนหิน เปลือกหอย กิ่งไม้ ใบไม้ เด็กสามารถนํามาเล่นและปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ ช่วยให้เด็กสัมผัสธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
2️⃣ วัสดุพลาสติก เช่น ขวด ฝาขวด หลอด ถ้วยโยเกิร์ต กระดุม มีนํ้าหนักเบาและสีสันสดใส ช่วยกระตุ้นการสร้างสรรค์ของเด็ก
3️⃣ วัสดุโลหะ เช่น น็อต กุญแจเก่า สายโซ่ มีลักษณะเฉพาะ เช่น ความเงางามและเสียงจากการชนกันช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของเด็ก
4️⃣ วัสดุกระดาษและผ้า เช่น กล่องกระดาษ แกนกระดาษชําระ ผ้าหลากสี วัสดุเหล่านี้ช่วยพัฒนาทักษะทางศิลปะและการประดิษฐ์
5️⃣ วัสดุแก้วและเซรามิก เช่น ลูกแก้ว โมเสก ถ้วยขนม มีความสวยงามแต่เปราะบาง จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเล่น
▶️ การจัดสภาพแวดล้อมสําหรับการเล่นแบบลูสพาร์ทส์
⬆️การเตรียมพื้นที่การเล่น Loose Parts ในห้องเรียน การจัดพื้นที่เล่น Loose Parts ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการอย่างเต็มที่ โดยควรกําหนดพื้นที่ที่ปลอดภัย และมีพื้นที่กว้างเพียงพอ โดยวัสดุแต่ละประเภท
ต้องมีความหลากหลายทั้งรูปทรง ขนาด และสีสัน สามารถจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเพื่อให้เด็กใช้งานและเก็บกลับได้ง่าย
2️⃣การจัดวางวัสดุต้องจัดเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน เช่น วัสดุธรรมชาติ พลาสติก โลหะ กระดาษ และแก้ว การจัดวางให้อยู่ในบริเวณที่เด็กสามารถมองเห็นและเข้าถึงได้ง่าย ใช้ภาชนะจัดเก็บที่เหมาะสม และมีปริมาณวัสดุเพียงพอ เพื่อกระตุ้นให้เด็กเล่นและสร้างสรรค์อย่างซับซ้อนมากขึ้น
3️⃣ การจัดเก็บวัสดุควรแบ่งประเภทวัสดุและจัดเก็บในภาชนะที่แข็งแรงและปลอดภัย วัสดุ
ต้องทําความสะอาดก่อนเก็บเพื่อสุขอนามัยที่ดี สามารถให้เด็กช่วยกันจัดเก็บอุปกรณ์หรือจัดกิจกรรมทําความสะอาดวัสดุเป็นประจํา
การเล่นแบบลูสพาร์ทส์ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรม “เล่น” แต่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นเจ้าของการเล่นและการเรียนรู้ของตนเองอย่างแท้จริง วัสดุปลายเปิดที่เคลื่อนย้าย ประกอบ แยก และปรับเปลี่ยนได้ ทำให้เด็กเกิดการสำรวจ ทดลอง ตั้งคำถาม และค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
เมื่อผู้ใหญ่ลดบทบาทจาก “ผู้สั่งสอน” มาเป็น “ผู้อยู่ข้าง ๆ อย่างไว้วางใจ” ปลายให้เด็กกล้าคิด กล้าลอง และกล้าเติบโตขึ้นอย่างมั่นใจ การเล่นแบบลูสพาร์ทส์จึงไม่เพียงส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา แต่ยังหล่อหลอมทักษะทางสังคม อารมณ์ การร่วมมือ และการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ
ส่วนวัสดุที่ใช้ก็ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือราคาแพง สามารถหาได้รอบตัวเพียงแค่เปิดใจมองสิ่งรอบตัวอย่างใหม่ วัสดุธรรมชาติ เศษวัสดุ หรือข้าวของใช้ประจำวันก็กลายเป็นเครื่องมือเรียนรู้ที่ทรงพลังได้ พื้นที่ที่เรียบง่ายก็สามารถเติมเต็มด้วยจินตนาการของเด็ก
ท้ายที่สุด การเล่นลูสพาร์ทส์คือการยอมรับว่า “เด็กทุกคนมีศักยภาพ” เพียงแค่เราเพียงต้องเปิดพื้นที่ ปล่อยเวลา และให้ความเชื่อมั่นในการเรียนรู้ที่งอกงามจากภายในของเด็กเอง การเล่นลูสพาร์ทส์คือการเล่นที่เรียบง่าย แต่เปลี่ยนโลกภายในของเด็กได้อย่างลึกซึ้ง
ข้อมูลประกอบการเขียน:
* “เรื่องเล่าของ…Loose Parts Play” โดย ผศ.ดร.พรชุลี ลังกา และคณะคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่นำเสนอในการอบรมเชิงปฏิบัติการบูรณาการ “การเล่นตามแนวคิด Loose Parts Play” เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เด็กปฐมวัยกลุ่มเป้าหมาย กสศ. จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17-18 ตุลาคม 2568
* วารสารครุศาสตร์ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 ปี 2564 เล่ม6-1, ลูสพาร์ทส์เพลย์กับการศึกษาปฐมวัย: จากยุค 1970 สู่ความนิยมในศตวรรษที่ 21, กันต์ฌพัชญ์ อยู่อำไพ
2,802
Writer

- Admin I AM KRU.
