จาก “ตำรวจ” สู่ “ครูโรงเรียน ตชด.” ประสบการณ์ล้ำค่า บทเรียนการพัฒนาคุณภาพครู

เส้นทางของ พ.ต.ท.วัชรินทร์ ยศรุ่งโรจน์ ผู้ผันตัวจากการจับปืนมาจับชอล์กสอนหนังสือนักเรียนกว่า 10 ปี
“ครู ตชด. มีไฟ มีกำลัง แต่ต่อยเหมือนมวยวัด คือมีแรง แต่จะให้น็อคคู่ต่อสู้ก็ต้องใช้แรงเยอะ ใช้หัวใจสู้ อาจต้องเจ็บหน่อย แต่หากมีชั้นเชิง เอาชั้นเชิงไปสอนให้เขา การต่อยก็จะมีชั้นเชิง ก็จะช่วยผ่อนแรง รู้จังหวะและเดินหน้าสู่เป้าหมายได้ดีขึ้น”

พ.ต.ท.วัชรินทร์ ยศรุ่งโรจน์ ครูใหญ่ รร.ตชด. บ้านหนองแขม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

กว่าคนคนหนึ่งจะเป็น “ครู” ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย

การเป็นครูต้องใช้ทั้งความรู้ด้านวิชาการ ทักษะการสอน จิตวิทยาในการทำความเข้าใจนักเรียน และจิตวิญญาณความเป็นครูที่เต็มเปี่ยม โดยปกติแล้วการเรียนครูแบบปกติในคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ต้องใช้เวลาถึง 5 ปี และอาจผลิตครูได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ หลายโรงเรียนในแถบชายแดนขาดแคลนครูผู้สอนอย่างมาก เราจึงเห็นบุคลากรวิชาชีพอื่นที่ก้าวเข้ามาเป็นครูตามพื้นที่ต่าง ๆ แต่ก็อาจยังไม่เพียงพอ และครูจำเป็นเหล่านี้ก็ต้องการการเติมเต็มทักษะครูอย่างเร่งด่วน 

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ และภาคส่วนราชการ จัดตั้ง “โครงการพัฒนาครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน” เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร โดยใช้เส้นทางของครู ตชด. ก่อนหน้านี้เป็นกรณีศึกษา แล้วพัฒนาให้ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่าเส้นทางของครู ตชด. ก่อนหน้าที่จะมีโครงการนี้เป็นอย่างไร ตอนที่เข้ามาเป็นครู พวกเขาพบเจอประสบการณ์อะไรบ้าง พัฒนาตนเองอย่างไร และเมื่อมีโครงการนี้ จะช่วยพัฒนาการสอนในโรงเรียนตชด. ได้อย่างไรบ้าง 

จากตำรวจ สู่อาชีพครู หมุดหมายใหม่ของชีวิต

พ.ต.ท.วัชรินทร์ ยศรุ่งโรจน์ ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านหนองแขม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่ผันตัวเองจากอาชีพอื่นมาเป็นครู ก่อนที่ครูใหญ่คนนี้จะมาเป็นครูที่เด็ก ๆ รัก ตัวเขาเองเคยเป็นคนที่เด็ก ๆ กลัว เพราะพ.ต.ท.วัชรินทร์ประกอบอาชีพตำรวจตระเวนชายแดน ในชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิด แต่เมื่อปฏิบัติหน้าที่ไปสักพักก็ถึงจุดเปลี่ยนให้เขามาเป็นครู

“เวลาเห็นเด็ก ๆ มาร้องไห้ตอนไปจับพ่อแม่เขาบ่อย ๆ  เราก็เกิดความรู้สึกไม่ดี รู้ตัวเลยว่าเราใจไม่แข็งพอ ตอนนั้นพอดีทราบว่า มีรร.ตชด. เราก็ขอย้ายไปเป็นครูช่วยพัฒนาเด็กตรงนั้น ช่วยให้ความรู้ตั้งแต่ต้นทางไม่ให้เด็กกระทำผิดเรื่องยาเสพติด ทำผิดกฎหมาย ตัดไม้ทำลายป่า ตรงนั้นน่าจะเป็นประโยชน์กว่า”  

จากที่ไม่เคยมีความคิดว่าจะเป็นครูมาก่อน แม้จะได้โควตาเรียนครูที่ราชภัฏลำปางก่อนมาเป็นตำรวจก็ตาม แต่จากการเห็นคดีมากมายในพื้นที่ ทำให้ พ.ต.ท.วัชรินทร์อยากแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือการให้ความรู้กับเด็กและชุมชน เพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานเป็นครูประจำโรงเรียน ตชด. พ.ต.ท.วัชรินทร์เห็นว่านี่เป็นสิ่งที่ยั่งยืนกับชุมชน และเหมาะกับตนเองมากกว่า ซึ่งผลจากการทำงานด้านการศึกษามาจนถึงปัจจุบันก็พิสูจน์ให้เห็นว่า พ.ต.ท.วัชรินทร์ตัดสินใจถูกต้องแล้ว 

ครูคนใหม่ทำอย่างไรเมื่อต้องเริ่มนับ 0

จุดเริ่มต้นความเป็นครูของพ.ต.ท.วัชรินทร์ คือการสอนหนังสือเด็กชั้น ป.3 ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมป์ 2 อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และเนื่องจากครูตชด.มีจำนวนไม่มากนัก   พ.ต.ท.วัชรินทร์จึงต้องรับผิดชอบสอนทั้งหมด 5 กลุ่มวิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (สปช.) กลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย (สลน.) และ​​กลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพ (กพอ.) เริ่มแรกนั้นพ.ต.ท.วัชรินทร์ต้องหาเวลาในการศึกษาจากคู่มือครูที่เป็นหนังสือ ค้นคว้าตำราจำนวนมาก เพราะยุคนั้นยังไม่มีสื่อให้ศึกษาหลากหลายเหมือนปัจจุบัน ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มี Google ให้หาข้อมูลตัวอย่างได้ ช่วงแรก ๆ จึงต้องอุทิศเวลาให้กับการอ่านตำราและการเข้าอบรมครู

“ตอนนั้น​มีจัดฝึกอบรมครูที่ไหน ผมก็สมัครไปอบรมกับเขาหมด เพราะต้องการเพิ่มทักษะให้ตัวเองจะได้สอนเด็กให้ดีขึ้น เพราะการไปสอนเด็ก เด็กจะยึดเราเป็นต้นแบบ ถ้าเราสอนผิดมันก็ผิดไปเลย เด็กก็จะจำ​และเรียนรู้อะไรที่ผิด สมมติเราไปสอนว่าโลกแบน เขาก็จะเชื่อว่าโลกแบน ดังนั้นการที่เราจะถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์เราต้องรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงไม่ให้เขาจำหรือเรียนรู้ในสิ่งที่ผิด”

ผลลัพธ์ก็จะเกิดกับเด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งทักษะชีวิตและวิชาการ ​โดยเด็กนักเรียน ตชด. ส่วนมากมีทักษะการใช้ชีวิตสูงอยู่แล้ว ครูเพียงแค่เข้าไปเติมในด้านวิชาการให้เขาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต เมื่อค่อย ๆ เห็นพัฒนาการของเด็ก พ.ต.ท.วัชรินทร์ในฐานะครูก็รู้สึกภาคภูมิใจ

สิ่งที่ครูได้จากการทำหน้าที่ในทุก ๆ วัน

หน้าที่ครูไม่ได้แค่ให้ประโยชน์กับนักเรียนเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์กับครูผู้สอนเองด้วย สิ่งที่   พ.ต.ท.วัชรินทร์ได้รับจากการสอนเด็กคือทักษะวิชาการที่เพิ่มขึ้น เพราะตนเองต้องศึกษาเนื้อหาก่อนมาสอนเด็ก ๆ พอสอนแล้วเด็กมีความรู้มากขึ้นพูดภาษาอังกฤษง่าย ๆ ได้ ทำให้เกิดความภูมิใจ และคิดว่าตัวเองเริ่มเป็นครูแล้ว 

อีกสิ่งหนึ่งที่ได้คือทักษะการสอน และการสื่อสารกับเด็ก ยิ่งได้ไปอบรมบ่อยครั้ง ทักษะการสอน ของพ.ต.ท.วัชรินทร์ก็ดีขึ้น ได้นำเอาความรู้ เทคนิคต่าง ๆ มาช่วยในการสอน เช่น การเขียนแผนการสอน การประเมินนักเรียน จากแต่เดิมที่ประเมินเด็กแค่ทักษะวิชาการ เด็กอ่านได้ เขียนได้ และความประพฤตินักเรียน แต่เมื่อผ่านการอบรมก็จะรู้วิธีการประเมินแบบเป็นระบบ มีการใช้เกณฑ์เข้ามาประกอบ และสามารถปรับเกณฑ์ให้เข้ากับสภาพโรงเรียนได้

จากครูผู้สอน สู่การเป็น “ครูใหญ่” มุ่งแก้ปัญหาโรงเรียนและชุมชน

พ.ต.ท.วัชรินทร์ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูในชั้นเรียนจนถึงปี 2548 ตำแหน่งครูใหญ่ที่โรงเรียนตชด.บ้านหนองแขมว่างลง ผู้บังคับบัญชาจึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.วัชรินทร์ มารับหน้าที่ครูใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง มีทั้งปัญหายาเสพติด และการตัดไม้ทำลายป่า เด็กจำนวนมากไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะปัญหาตกเขียว หรือปัญหาการค้าประเวณี งานแรกที่ทำคือ เรียกผู้ปกครองมาคุยเพื่อแก้ปัญหาตกเขียว ปัญหานี้ส่วนใหญ่เกิดจากญาติของเด็กเห็นแก่เงินค่านายหน้าเมื่อค้าเด็กสำเร็จ จึงต้องเริ่มต้นสอนคนในชุมชนด้วยตัวบทกฎหมาย ถ้าหากเด็กอายุไม่ถึง 15 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ผู้ใหญ่ก็มีความผิด นอกจากการสอน ตนก็ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแล และเมื่อกวดขันเข้มงวดขึ้น ปัญหานี้จึงค่อย ๆ หายไป

“เด็กบางคนพอไปเรียนต่อที่อื่น เขาก็โทรศัพท์ไปชวนเด็กให้หยุดเรียนมาทำงานที่ร้านคาราโอเกะ เราก็ใส่เครื่องแบบไปตามที่ร้านเลย บอกว่าผมมาตามลูกศิษย์ผม อายุไม่ถึง 18 ปี ผิดกฎหมายทำแบบนี้ไม่ได้  ถึงจะจบจากโรงเรียนเราไปแล้วแต่ก็ยังคอยเอาใจใส่ติดตามความเป็นอยู่เขาเพราะความเป็นห่วง”​

มุ่งมั่นพัฒนาตนเองเพื่อพัฒนาการศึกษาท้องถิ่น

เมื่อต้องทำงานด้านการบริหารโรงเรียน พ.ต.ท.วัชรินทร์จึงตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และปริญญาเอกระหว่างทำงานไปด้วย พ.ต.ท.วัชรินทร์ เล่าให้ฟังว่าการเรียนไม่ใช่เรื่องที่ยากแต่ต้องมีความตั้งใจ เริ่มจากที่เรียนจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ พอตนเองมาเป็นครูจึงอยากเรียนปริญญาโทด้านบริหารการศึกษา แต่หลักสูตรกำหนดให้เฉพาะคนที่จบปริญญาตรีด้านการศึกษาเท่านั้นที่มีสิทธิ์เรียน จึงเปลี่ยนไปเรียนด้านการวิจัยและพัฒนาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

พ.ต.ท.วัชรินทร์ใช้เวลาวันเสาร์ อาทิตย์ ไปเรียน โดยสลับให้เพื่อนเข้าเวรแทน ส่วนวันธรรมดาก็กลับมาเข้าเวรแทนเพื่อน ใช้เวลา 4 ปีจนกระทั่งเรียนจบ ​แม้จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็เป็นเป้าหมายที่อยากเดินไปให้ถึง​ อีกทั้งยังต้องยอมลงทุนเองโดยกู้เงินมาเรียน ​ส่วนปริญญาเอกนั้น เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ด้านการบริหารและการพัฒนา ซึ่งใช้เวลา 5 ปีกว่า ในการเรียนจนจบปริญญาเอก

ก้าวต่อไปของการพัฒนาทักษะครูตชด. 

พ.ต.ท.วัชรินทร์เห็นว่าเส้นทางของตนเองนั้นไม่ได้เรียบง่าย ราบรื่น หลายครั้งที่ต้องการองค์ความรู้ตนเองไม่สามารถหาได้ง่าย ต้องลงทุนลงแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อพ.ต.ท.วัชรินทร์ทราบถึงโครงการพัฒนาครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ในฐานะที่เคยเป็นครู ตชด. ไม่มีประสบการณ์มาก่อน การมีแค่ใจกับกำลังนั้นไม่เพียงพอ ต้องอาศัยยุทธวิธีชั้นเชิงที่จะไปถ่ายทอดด้วย หากไม่มีประสบการณ์ ก็ยากที่จะนำเนื้อหาออกมาสอนให้น่าสนใจ บูรณาการการสอนได้ยาก เพราะขาดทักษะและความรู้ทางจิตวิทยา การบริหารจัดการ การเขียนแผนการสอน การประเมินนักเรียน ดังนั้นการพัฒนาครู ตชด. แบบเป็นระบบจึงสำคัญมาก นักเรียนจะได้มีพัฒนาการที่ไว เพราะครูใช้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายมาสอนได้ เหมือนกับครูที่จบด้านครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์มาโดยตรง 

“ตรงนี้เหมือนเป็นการเติมเต็มให้ครู ตชด. ที่มีไฟ มีกำลัง แต่ต่อยเหมือนมวยวัด คือมีแรง แต่จะให้น็อคคู่ต่อสู้ก็ต้องใช้แรงเยอะ ใช้หัวใจสู้ อาจต้องเจ็บหน่อย แต่หากมีชั้นเชิง เอาชั้นเชิงไปสอนให้เขา การต่อยก็จะมีชั้นเชิง ก็จะช่วยผ่อนแรง รู้จังหวะและเดินหน้าสู่เป้าหมายได้ดีขึ้น”

เส้นทางการเป็นครูของ พ.ต.ท.วัชรินทร์ ในระยะเวลากว่าสิบปี ได้ให้บทเรียนที่น่าสนใจต่อวงการการศึกษาว่าหน่วยงานต่าง ๆ ควรให้ความสนใจกับการพัฒนาครู และพัฒนาพื้นที่ห่างไกลให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันก้าวแรกของการพัฒนาได้เริ่มขึ้นแล้ว ผ่านโครงการพัฒนาครู ตชด. สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดก้าวต่อไป คือแรงใจของบุคลากร ตชด. คนอื่น ๆ ที่จะมาร่วมกันเปลี่ยนแปลงคุณภาพโรงเรียน ตชด. อะไรที่จะทำให้บุคลากรคนอื่นเกิดแรงใจแบบ พ.ต.ท.วัชรินทร์ หากตอบคำถามนี้ได้ โรงเรียน ตชด. จะเข้มแข็งขึ้นอีกหลายเท่า

 461 

Writer

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Most Popular

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า